หลักสูตรการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน-hsk

หลักสูตรแบบ Private ตั้งแต่ 1-5 คน  เรียน 20 ชม./คอร์ส 



ความเป็นมาและพัฒนาการของการสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน( HSK )

โดย อาจารย์กง ตี๋เฟย ผู้อำนวยการสำนักงาน HSK ประเทศไทย



การสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน ( HSK ) ได้เริ่มทำการศึกษาวิจัยและจัดการสอบอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ ค.ศ. 1984 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 22 ปี การสอบ HSK เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศมาเป็นเวลากว่า 10 ปี

การสอบ HSK ในต่างประเทศได้เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1991 ซึ่งมีเพียง 3 ประเทศเท่านั้นที่จัดการสอบ ได้แก่ สิงคโปร์ มีผู้เข้าสอบ 128 คน ญี่ปุ่น มีผู้เข้าสอบ 331 คน และออสเตรเลีย มีผู้เข้าสอบ 40 คน รวมจำนวนผู้เข้าสอบใน 3 ประเทศเท่ากับ 499 คน มีสถานที่สอบ 3 แห่ง

ใน ค.ศ. 2000 การจัดสอบ HSK ได้เพิ่มจำนวนเป็น 19 ประเทศ มีสถานที่สอบ 44 แห่ง มีผู้เข้าสอบ 8,797 คน เพิ่มขึ้นจาก ค.ศ. 1991 ประมาณ 18 เท่า ใน ค.ศ. 1991 มีจำนวนผู้เข้าสอบ HSK ทั้งในประเทศจีนและต่างประเทศทั้งสิ้น 2,172 คน ค.ศ. 2000 จำนวนผู้เข้าสอบ HSK ทั้งในประเทศและต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 85,238 คน จำนวนผู้เข้าสอบใน ค.ศ. 2000 เพิ่มขึ้น 39 เท่าเมื่อเทียบกับจำนวนผู้เข้าสอบใน ค.ศ. 1991

ปัจจุบัน มีการกำหนดสถานที่สอบ HSK จำนวน 340 แห่งใน 27 เมืองในประเทศจีน ( รวมทั้งฮ่องกงและมาเก๊า ซึ่งถือเป็นเขตปกครองพิเศษด้วย ) นอกจากนี้ ยังมีการกำหนดสถานที่สอบ HSK จำนวน 55 แห่งใน 24 ประเทศทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป อเมริกา และออสเตรเลีย นับจนถึงปลายเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2001 มีจำนวนผู้เข้าสอบ HSK ทั้งหมด 350,000 คนจาก 120 ประเทศทั่วโลก โดยมีผู้สอบ HSK ณ สถานที่สอบนอกประเทศจีนจำนวน 47,000 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่สอบ ณ สถานที่สอบในประเทศแถบเอเชียจำนวน 41,000 คน คิดเป็นร้อยละ 87 ของจำนวนผู้เข้าสอบภายนอกประเทศจีน

ประเทศจีนกับประเทศต่างๆ ในเอเชียเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความสัมพันธ์ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมายาวนาน ภายหลังจากที่มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการจัดการสอบเพื่อวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน ( HSK ) และผ่านความเห็นชอบจากผู้เชี่ยวชาญแล้ว ประเทศจีนก็ได้ให้ความสำคัญกับประเทศในแถบเอเชียให้มีสิทธิในการจัดสอบ HSK เป็นอันดับแรก การสอบ HSK ณ สถานที่สอบในต่างประเทศจึงเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศสิงคโปร์และญี่ปุ่นใน ค.ศ. 1991 ความสำเร็จในการจัดสอบ HSK ในครั้งนี้มีความเป็นวิทยาศาสตร์และถือเป็นประสบการณ์ที่รัฐบาลจีนใช้เป็นมาตราฐานในการจัดสอบระดับประเทศ โดยใน ค.ศ. 1992 ได้นำเอาหลักการนี้มาใช้ในการสอบ HSK ในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชีย นอกจากประเทศสิงคโปร์และญี่ปุ่นแล้ว สถาบันวิจัยเกาหลี – จีน ในประเทศเกาหลี ได้จัดให้มีการสอบ HSK ขึ้นในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1993 ค.ศ. 1994 ศูนย์วิจัยการศึกษาภาษาจีนประเทศฟิลิปปินส์จัดการสอบ HSK ขึ้นที่กรุงมะนิลา

ค.ศ. 1995 วิทยสถานแห่งวัฒนธรรมตะวันออก ( OCA ) ประเทศไทย และประเทศมาเลเซีย จัดให้มีการสอบ HSK ค.ศ. 1997 ประเทศเวียดนามจัดให้มีการสอบ HSK ขึ้นที่มหาวิทยาลัยครูหูจื้อหมิง เดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2001 ประเทศพม่าดำเนินการจัดสอบ HSK เป็นครั้งแรกที่มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศย่างกุ้ง และตามข้อตกลงระหว่างกระทรวงศึกษาธิการประเทศจีน และกระทรวงศึกษาธิการประเทศอินโดนีเซีย จึงจัดให้มีการสอบ HSK เป็นครั้งแนกที่กรุงจาการ์ตา บัน ดุง มาลัง ฯลฯ เมื่อวันที่ 27 – 28 ตุลาคม 2001 และจากการที่ประเทศพม่าและอินโดนีเซียได้จัดให้มีการสอบ HSK ขึ้นนั้น ทำให้มีประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียที่ดำเนินการจัดสอบ HSK เพิ่มขึ้นเป็น 9 ประเทศ

ภาษา นับเป็นเครื่องมือและเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจของมวลมนุษยชาติ ภาษาจีน เป็นภาษาที่มีผู้ใช้มากที่สุดในโลก เพื่อเป็นการอุทิศให้แก่มิตรภาพและความสามัคคีของประชากรโลก และเพื่อเป็นการส่งเสริมสันติภาพและความก้าวหน้าทางอารยธรรมของมนุษยชาติ ในขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจโลกเป็นไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ภาษาจีนจำต้องมีบทบาทอันยิ่งในการพัฒนาวิถีของมนุษยชาติ ประชากรจีนมีความยินดีที่เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีการปฏิรูปอย่างกว้างขวาง ได้เห็นประเทศจีนและประเทศต่างๆ ทั่วโลกโดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียมีการติดต่อสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง การที่ประเทศจีนได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ( WTO ) และการได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิกใน ค.ศ. 2008 นับเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้มีผู้หันมาสนใจศึกษาภาษาจีนกันมากขึ้น อันจะทำให้การจัดสอบเพื่อวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน ( HSK ) เป็นที่แพร่หลายมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน

 

 

โครงการจัดสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ( HSK ) ในประเทศไทย

HSK ( Ha4nyu3 Shu9p8ng Ka3osh0 )


ที่มาและการจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติงาน HSK (ประเทศไทย)

หลายปีที่ผ่านมาการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยได้รับความสนใจโดยทั่วไปจากมหาวิทยาลัย และสถาบันการเรียนการสอนต่างๆ มีการเปิดสอนภาษาจีนกันหลายที่ แต่สถาบันการสอนภาษาจีนดังกล่าวยังไม่มีวิธีการวัดผลที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันที่มีประสิทธิผล และเป็นแบบวิทยาศาสตร์ รวมทั้งหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ ยังไม่มีมาตรฐานการวัดระดับความรู้ภาษาจีนที่เชื่อถือได้ในการรับบุคลากรที่มีความรู้ทางภาษาจีน ดังนั้นการจัดให้มีการสอบ HSK ขึ้นในประเทศไทย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง และการสอบ HSK นี้จะเป็นแรงกระตุ้น และยกระดับการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยให้ดีขึ้น

บัดนี้ด้วยความพยายามและความร่วมมือของทุกฝ่าย วิทยสถานแห่งวัฒนธรรมตะวันออก(OCA) สถาบันสอนภาษาจีนกลาง ระดับมาตรฐานแห่งแรกในประเทศไทย ได้รับความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย เพื่อจัดตั้งสำนักงานปฏิบัติงาน HSK และคณะกรรมการปฏิบัติงาน การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน HSK แห่งประเทศไทย ขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2538 คณะกรรมการนี้ประกอบด้วย วิทยสถานแห่งวัฒนธรรมตะวันออก(OCA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยรังสิต และผู้ทรงคุณวุฒิทางภาษาจีน โดยมี ศ.ดร.ปรีดี เกษมทรัพย์ เป็นประธานคณะกรรมการปฏิบัติงาน HSK ที่ประชุมคณะกรรมการปฏิบัติงาน การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนตกลงจัดให้มีการสอบ HSK ครั้งแรกในประเทศไทยขึ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 2538 โดยมีเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการสอบ วัดระดับความรู้ภาษาจีนแห่งชาติกรุงปักกิ่ง มาดำเนินการสอบโดยตรง


ความสำคัญของการสอบHSK (ประเทศไทย)

การจัดให้มีการสอบวัดระดับ ความรู้ทางภาษาจีน (HSK) ขึ้นในประเทศไทย เพื่อความสะดวกสำหรับนักศึกษา ที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสอบถึงประเทศจีน หรือประเทศอื่นๆ ที่จัดให้มีการสอบนี้ เช่น อเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฯลฯ ผลสอบ HSK ใช้เป็นเกณฑ์ในการเทียบ ชั้นเรียนภาษาจีนสำหรับชาวต่างชาติ และบริษัทหรือองค์กรต่างๆ ที่ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ทางภาษาจีน สามารถใช้ผลสอบ HSK เป็นเกณฑ์ในการประเมินความรู้ ทางภาษาจีนได้ เช่น ประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฯลฯ ซึ่งการสอบ HSK ดังกล่าวคล้ายกับการสอบ TOEFL ในภาษาอังกฤษ

การออกใบรับรองความรู้ภาษาจีน HSK และความสำคัญ

ผู้ที่ผ่านการสอบจะได้รับ ใบรับรองความรู้ภาษาจีนตามลำดับขั้น ที่สามารถทำคะแนนได้ โดยใบรับรองความรู้ภาษาจีน จะออกจากคณะกรรมาธิการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน HSK แห่งชาติ ณ นครปักกิ่ง ซึ่งสามารถนำไปใช้สมัครงานในบริษัทต่างๆ ที่ต้องการบุคคลากร ที่มีความรู้ทางด้านภาษาจีนได้ ใช้เป็นหลักฐานเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโทในคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยทุกที่ในประเทศจีนได้

เพื่อ ให้ผู้สมัครสอบเข้าใจ และคุ้นเคยกับวิธีสอบ HSK สำนักงานปฏิบัติงาน HSK แห่งประเทศไทย จึงจัดให้มีชั้นอบรมโดยอาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถเพื่ออบรมเตรียมการสอบ HSK ให้ผู้เข้าสมัครสอบเกิดความเชื่อมั่นยิ่งขึ้น จะได้ไม่ตื่นเต้นจนเกินไปในเวลาสอบจริง


ประสิทธิภาพและการยอมรับ การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน HSK

หลังจากที่ผู้เชี่ยวชาญทำการศึกษาวิจัยและปฏิบัติมาหลายปี การสอบวัดระดับความรู้ทางภาษาจีน HSK ในปัจจุบันเป็นการสอบที่เชื่อถือได้ สม่ำเสมอและมีประสิทธิผล ดังนี้

1) HSKเป็นการสอนที่มีความเชื่อถือสูง การสอบ HSK ใช้ข้อสอบแบบภววิสัย (คือการสอบที่มีการให้คะแนน เป็นแบบเดียวกันแม้ว่าผู้ตรวจข้อสอบเป็นคนละคน) เป็นหลัก มีข้อสอบ 2 ประเภท ทั้งหมด 170 ข้อ ในข้อสอบจำนวนนี้ 154 ข้อ เป็นข้อสอบให้เลือกตอบแบบปรนัย คือเลือกคำตอบที่ถูกต้องจากหลายคำตอบ อีก 16 ข้อ เป็นข้อสอบให้เติมช่องว่าง (อัตนัย) เพราะฉะนั้น HSK มีข้อสอบมาก การให้คะแนนเป็นแบบภววิสัยคือ เป็นการให้คะแนนที่มีมาตรฐานแน่นอน โดยไม่ได้ขึ้นกับผู้ตรวจข้อสอบ ซึ่งทำให้มีหลักประกันในด้านความเชื่อถือ ตามปกติข้อสอบแบบมาตรฐาน ต้องมีอัตราความเชื่อถือ 90 % ขึ้นไป อัตราความเชื่อถือของข้อสอบ HSK ที่ทดสอบจากข้อสอบ 4 ชุด มีถึง 95% ขึ้นไป

2) HSK เป็นการสอบที่ข้อสอบมีมาตรฐาน ตามปรกติความยากง่าย ของการสอบวัดระดับควรจะอยู่ระหว่าง 50% ถึง 60% เป็นดีที่สุด เมื่อคำนวณจากข้อสอบ HSK หลายปีมานี้ปรากฏว่า ความยากง่ายอยู่ระหว่าง 55% ถึง 57% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการสอบ HSK มีความสม่ำเสมอดี

3) HSK มีประสิทธิผลสูง HSK พิจารณาข้อสอบตามข้อเรียกร้อง ด้านคำศัพท์และไวยากรณ์ที่กำหนดไว้ใน " มาตรฐานของระดับ ความรู้ภาษาจีน และโครงร่างระดับชั้นภาษาจีน " ทำการทดสอบทักษะ ในการใช้ภาษาด้านการฟัง อ่านและเขียน สามารถจะวัดระดับภาษา ที่มีอยู่จริงของผู้ที่เข้าร่วมการสอบ ได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิผล หน่วยงานต่าง ๆที่ใช้บุคลากรที่มีความรู้ภาษาจีน ก็มีความเห็นว่า HSK มีการแยกแยะระดับภาษา ของผู้เข้าร่วมการสอบเป็นอย่างดี

HSK เริ่มใช้ภายในประเทศจีนเมื่อปี พ.ศ. 1985 ถึง 1990 ผู้ที่เข้าร่วม HSK มี 8,392 คน จากประเทศและเขตต่างๆ 85 แห่ง ได้รับความนิยมทั่วไป หลังจากนั้น HSK เริ่มมีการสอบที่ต่างประเทศ ประเทศแรกที่มีการสอบ HSK ได้แก่ สิงคโปร์ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเดือน มิถุนายน ปี ค.ศ. 1991 ต่อมา ออสเตรเลียเริ่มจัด HSK เมื่อเดือนตุลาคม และญี่ปุ่นจัดสอบ HSK เมื่อเดือนพฤศจิกายน ในปีเดียวกัน หลังจากนั้นแคนาดา เกาหลีใต้ ฮ่องกง อเมริกา เยอรมัน อิตาลี่ มาเลเซียและฟิลิปปินส์ ก็เริ่มมีการสอบ HSK อย่างแพร่หลาย ปัจจุบันมีผู้เข้าร่วมการสอบ HSK กันอย่างคับคั่ง ส่งผลกระทบไปยังสังคมนั้น ๆ เป็นอย่างมาก และเป็นการกระตุ้น การเรียนการสอนภาษาจีน ในประเทศหรือเขตนั้น ๆ เป็นอันมากทีเดียว HSK ค่อยๆ ได้รับการยกย่องว่า เป็นการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน ที่ได้รับความนิยมและเชื่อถือมากที่สุด


ระดับขั้นการสอบวัดความรู้ภาษาจีน HSK
ระดับขั้นความรู้ HSK มี 3 ชนิด ได้แก่ HSK ระดับพื้นฐาน HSK ชั้นต้น-กลาง กับ HSK ชั้นสูง


HSK ระดับพื้นฐาน เหมาะสำหรับผู้เรียนภาษาจีนในระดับพื้นฐาน ได้แก่ผู้ที่เรียนภาษาจีนอย่างเป็นการเป็นงาน 100 ถึง 800 ชั่วโมง ข้อสอบแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ การฟัง (50 ข้อ, 35 นาที) ไวยากรณ์ (40 ข้อ, 40 นาที) และการอ่าน (50 ข้อ, 60 นาที) การประเมินผลแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ

ระดับ1 มีทักษะการใช้ภาษาจีนขั้นพื้นฐานระดับต้น ผู้ที่เรียนรู้คำศัพย์ประมาณ 600 คำและไวยากรณ์ที่ประสานกัน ผู้สามารถสอบได้ระดับนี้ จะได้รับใบรับรองความรู้ภาษาจีน ระดับพื้นฐานเกรด C

ระดับ2 มีทักษะการใช้ภาษาจีนขั้นพื้นฐานระดับกลาง เป็นระดับที่จะได้ ใบรับรองความรู้ภาษาจีนขั้นพื้นฐานเกรด B

ระดับ3 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนขั้นพื้นฐานระดับสูง สามารถสอบได้ระดับนี้ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่สามารถเข้าไปเรียนในคณะต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี ในมหาวิทยาลัยของจีนได้ และเป็นระดับที่จะได้รับใบรับรองขั้นพื้นฐานเกรด A เทียบเท่ากับระดับชั้นต้นเกรด C ของการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน HSK



HSK ระดับต้น-กลาง เหมาะสำหรับผู้เรียนภาษาจีนที่มีระดับชั้นต้นชั้นกลาง อันได้แก่ ผู้ที่เคยเรียนภาษาจีนอย่างเป็นการเป็นงาน 400 ถึง 2,000 ชั่วโมง (รวมทั้งผู้เรียนภาษาจีน มีระดับหรือทักษะเทียบเท่า ) ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ การฟัง (50 ข้อ , 35 นาที) ไวยากรณ์ (30 ข้อ , 20 นาที) การอ่าน (50 ข้อ, 60 นาที) และภาครวม (40 ข้อ แบ่งเป็น ปรนัย 24 ข้อ และ อัตนัย 16 ข้อ , 30 นาที) การประเมินผลแบ่งออกเป็น 6 ระดับด้วยกัน คือ


ระดับ3 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนชั้นต้นระดับต้น ผู้ที่เคยเรียนภาษาจีน อย่างเป็นการเป็นงานมา 800 ชั่วโมงขึ้นไป (รวมทั้งผู้ที่มีระดับเทียบเท่า) สามารถสอบได้ระดับนี้ ซึ่งระดับนี้เป็นระดับต่ำสุด ที่จะเข้าไปเรียนในคณะต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลย ีในมหาวิทยาลัยจีนได้ หรือจัดเข้าไปเรียนในชั้นปีที่ 2 ของภาควิชาภาษาจีน สำหรับชาวต่างประเทศได้ และระดับนี้เป็นระดับที่ จะได้รับใบรับรองระดับภาษาจีนชั้นต้น เกรด C

ระดับ4 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนชั้นต้นระดับกลาง เป็นระดับที่จะได้รับใบรับรองระดับภาษาจีนชั้นต้นเกรด B

ระดับ5 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนชั้นต้นระดับสูง เป็นระดับที่จะได้รับใบรับรองระดับภาษาจีนชั้นต้นเกรด A อันเป็นชั้นสูงสุดของชั้นต้น

ระดับ6 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนชั้นกลางระดับต้น ผู้ที่เคยเรียนภาษาจีน อย่างเป็นการเป็นงานมา 1,500 ชั่วโมง (รวมทั้งผู้ที่มีระดับเทียบเท่า) สามารถสอบระดับนี้ได้ ซึ่งระดับนี้เป็นระดับที่จะเข้าไปเรียนในคณะต่าง ๆ ทางศิลปศาสตร์ในมหาวิทยาลัยจีนได้ หรือ จัดเข้าไปเรียนในชั้นปีที่ 3 ของภาควิชาภาษาจีน สำหรับชาวต่างประเทศ และระดับนี้เป็นระดับที่จะได้รับใบรับรองระดับภาษาจีนชั้นกลางเกรด C

ระดับ7 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนชั้นกลางระดับกลาง เป็นระดับที่จะได้รับใบรับรองระดับภาษาจีนชั้นกลางเกรด B

ระดับ8 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนชั้นกลางระดับสูง เป็นระดับที่จะได้รับ ใบรับรองระดับภาษาจีนชั้นกลางเกรด A และระดับนี้ถือได้ว่าเป็นระดับที่สามารถทำหน้าที่เป็นล่ามระดับต้นได้




HSK ระดับสูง เหมาะสำหรับผู้เรียนภาษาจีนชั้นสูง มีเป้าหมายในการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนชั้นสูง คือเพื่อวัดทักษะในการใช้ภาษาจีนของผู้สมัครสอบว่าพร้อมที่จะรับใบรับรองระดับภาษาจีนชั้นสูงหรือไม่ วัดทักษะในการใช้ภาษาจีนของผู้สมัครสอบว่าพร้อมที่จะรับงานสอนภาษาจีน งานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับภาษาจีน หรืองานแปลได้หรือไม่ และวัดทักษะในการใช้ภาษาจีนของผู้สมัครสอบว่าพร้อมที่จะไปศึกษาปริญญาโทขึ้นไปได้หรือไม่ ข้อสอบแบ่งออกเป็น 5 ส่วน คือ การฟัง (40 ข้อ, 25 นาที) การอ่าน (40 ข้อ, 40 นาที) ภาครวม (40 ข้อ, 40 นาที) การเขียน (400 – 600 ตัวอักษร, 30 นาที) การพูด (โดยต้องพูด 2 หัวข้อที่กำหนด, 20 นาที แบ่งเป็น เตรียมตัว 10 นาที และ พูดอัดเสียงใส่เทป อีก 10 นาที) การประเมินผลแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ

ระดับ9 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนชั้นสูงระดับต้น ผู้ที่เคยเรียนภาษาจีนอย่างเป็นการเป็นงาน 3,000 ชั่วโมง (รวมทั้งผู้ที่มีระดับเทียบเท่า) สอบได้ระดับนี้ ซึ่งระดับนี้เป็นระดับที่จะเข้าไปเรียน ปริญญาโทในมหาวิทยาลัยของจีนโดยทั่วไป ผู้ที่สอบได้ระดับนี้สามารถทำงาน ที่ต้องใช้ภาษาจีนได้ และระดับนี้เป็นระดับที่ได้รับ ใบรับรองภาษาจีนชั้นสูง เกรด C

ระดับ10 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนชั้นสูงระดับกลาง ผู้ที่ได้ระดับนี้ สามารถทำงานที่ ต้องใช้ภาษาจีนเฉพาะด้านได้ และเป็นระดับที่ได้รับ ใบรับรองระดับภาษาจีนชั้นสูงเกรด B

ระดับ11 มีทักษะในการใช้ภาษาจีนชั้นสูงระดับสูง ผู้ที่สอบได้ระดับนี้สามารถทำงาน ที่ต้องใช้ภาษาจีนเฉพาะด้าน ทั้งถือว่าได้บรรลุ ระดับการทำหน้าที่ล่ามระดับกลางได้ และเป็นระดับที่ได้รับ ใบรับรองระดับภาษาจีนชั้นสูงเกรด A


วันเวลาการจัดสอบ

ในประเทศจีน ทุกระดับเริ่มสอบในเวลาเดียวกันคือ ตอน 9 โมงเช้า (ตามเวลาปักกิ่ง) โดยแต่ละระดับขั้นการสอบ มีรายละเอียดแตกต่างกันดังนี้

การสอบของระดับพื้นฐาน จัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง
ครั้งที่หนึ่ง ในวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม
ครั้งที่สอง ในวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนธันวาคม
การสอบของระดับต้นและกลาง จัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง เริ่มสอบเวลา 09.00 น (ตามเวลาปักกิ่ง)
ครั้งที่หนึ่ง ในวันอาทิตย์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม
ครั้งที่สอง ในวันอาทิตย์แรกต้นเดือนกรกฎาคม
ครั้งที่สาม ในวันอาทิตย์ที่ 3 ของเดือนธันวาคม
การสอบของระดับสูง จัดขึ้นปีละครั้ง มีสนามสอบใน 2 เมืองหลักเท่านั้น ได้แก่
กรุงปักกิ่ง ในวันอาทิตย์ที่ 4 ปลายเดือนพฤษภาคม
นครเซี่ยงไฮ้ ในวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคม
ทั้งนี้ สำหรับสนามสอบที่ฮ่องกง และมาเก๊า ยึดตามข้อกำหนดของตนเอง

ในต่างประเทศ โดยปกติแล้วจะจัดขึ้นปีละ 3 ครั้ง ในวันที่ 15 มีนาคม วันที่17 พฤษภาคม และวันที่ 20 กันยายน หรือ 25 ตุลาคม ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและข้อกำหนดของแต่ละประเทศ



หลักฐานและคุณสมบัติของผู้สมัครสอบ

รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 4 ใบ เขียนชื่อ-สกุล (ไทย-จีนหรือไทย-อังกฤษ ) หลังรูป
สำเนาบัตรประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ, ใบขับขี่, บัตรประจำตัวนักศึกษา, บัตรประจำตัวพนักงาน, หนังสือเดินทาง

ไม่จำกัดอายุ และวุฒิการศึกษา
ระเบียบการสมัคร สมัครด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ (สำหรับผู้อยู่ต่างจังหวัด)

ศูนย์สอบในประเทศไทย

โรงเรียนอัสสัมชัญพาณิชยการ แผนกภาษาจีน มหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง
ติดต่อคุณคมกฤช หรือ คุณวิภาวัลย์
โทร. 0-2675-5075 ต่อ 139
เว็ปไซด์ : www.blcubangkok.com

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วิทยสถานแห่งวัฒนธรรมตะวันออก (OCA)
เลขที่ 64/28 ถ.รองเมืองซอย1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทร 0-2216-2826-8
เว็ปไซด์ : www.OCAnihao.com

วิทยาลัยโยนก
ถ.เด่นชัย-ลำปาง อ.เมือง จ.ลำปาง 52000
โทร 0-54 26-5170 ต่อ 144

รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ www.hsk.org.cn


Back to Top